 |
ข้อมูลที่ควรรู้ ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่ จะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม้บางชนิดเช่น ใบอิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองก่อนจะร่วงหล่นจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้น งดงามด้วยสีที่สดใสตระการตาน่าภิรมย์ยิ่ง ซึ่งน่าจะเรียกเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมากกว่าฤดูใบไม้ร่วง |
ตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระ ที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ แต่ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน จะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ |
 |
1.อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทจึซัน ในภูมิภาคฮอกไกโด |
ที่ตั้ง : คะมิคะวะ-กุง ฮอกไกโด
การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR คะมิคะวะ ใช้เวลา 30 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนก.ย.-ปลายเดือนก.ย.
ข้อมูลน่ารู้ กล่าวกันว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนทุกที่ในญี่ปุ่น ทิวทัศน์ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีเขียวของไม้ใบเรียว และสีเหลืองแดงของไม้ใบกว้าง สลับสีกันอย่างงดงามดั่งภาพวาดของศิลปินเอก ใบไม้บนภูเขาคุโรดาเกะนั้นใช้เวลากว่า 1 เดือนในการเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ไล่จากยอดเขาเรื่อยลงมาถึงจุดขึ้นกระเช้าตรงเชิงเขา จุดชมใบไม้แดงที่งดงามที่สุด อยู่ตรงปากทางขึ้นเขาที่มีชื่อว่า กินเซ็นได บริเวณนั้นยังมีแหล่งน้ำพุร้อนอยู่กว่า 10 แห่ง เช่น น้ำพุร้อนโซอุงเคียว - อนเซ็น หลังจากที่ชมใบไม้แดงแล้ว ท่านยังสามารถแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามของฮอกไกโดได้ด้วย |
 |
2.ทะเลสาบ โทะวะดะโกะ ในภูมิภาคโทโฮะกุ |
ที่ตั้ง : เมืองโทะวะดะ จังหวัดอะโอะโมะริ
การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR โมริโอกะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.
ข้อมูลน่ารู้ ทะเลสาปแห่งนี้เป็นทะเลสาบแบบ Caldera ชื่อCaldera นี้เป็นภาษาสเปน มีความหมายว่าหม้อ ใช้เรียกพื้นที่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูก ที่มีลักษณะยุบลงเป็นทรงคล้ายหม้อ ซึ่งเกิดจากแรงระเบิดของภูเขาไฟ ทะเลสาบโทวาดาโกะ นั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขา สามารถขึ้นเรือท่องเที่ยว เพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของทะเลสาบ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยใบไม้แดง สัญลักษณ์ของทะเลสาบโทวาดาโกะแห่งนี้ คือ รูปสลักสาวงาม (โอโตเมะ โนะโซ) ซึ่งเป็นผลงานของทากามุระ โคทาโร่ ศิลปินระดับชาติของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ควรพลาด ในการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บริเวณรอบๆ มีโรงแรม และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งจะคึกคักมากเป็นพิเศษเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้แดง ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนโทะวะดะโกะ และการเก็บแอปเปิ้ลผลไม้ขึ้นชื่อของ อะโอะโมะริ อีกด้วย |
 |
3.ซาโอ ในภูมิภาคโทโฮขุ |
ที่ตั้ง : เมืองยะมะงะตะ จังหวัดยะมะงะตะ
การเดินทาง : โดยรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟ JR ยะมะงะตะ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.
ข้อมูลน่ารู้ เทือกเขาซาโอ เป็นเทือกเขาสวยงามเลื่องชื่อ ในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทอดผ่านจังหวัด มิยะงิ แลจังหวัด ยะมะงะตะ นอกจากนั้น ในท้องถิ่นนี้ยังมีน้ำพุร้อนเลื่องชื่อหลายแห่ง ท่านสามารถใช้บริการกระเช้าของลานสกีฤดูหนาว เพื่อขึ้นไปชมใบไม้แดงจากมุมสูงได้ การขับรถชมใบไม้แดงโดยใช้เส้นทาง ซะโอ-เอโดไลน์ที่เชื่อมระหว่าจังหวัด มิยะงิ แลจังหวัด ยะมะงะตะ ตลอดเส้นทางมีความยาวทั้งสิ้น 26 กม.เส้นนี้ ท่านจะได้เต็มอิ่ม กับการชื่นชมความงามของใบไม้แดงอย่างเต็มตา เนื่องจาก ในฤดูหนาวจะมีหิมะตกหนัก จึงต้องปิดให้บริการในเส้นทาง ช่วงเดือนพ.ย. ถึงเดือนเม.ย. นับว่าเส้นทางเส้นนี้ คุ้มค่ากับการมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องปิดให้บริการในเส้นทาง ช่วงเดือน พ.ย. ถึงเดือนเม.ย. นับว่าเส้นทางนี้คุ้มค่ากับการมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่ถนัดการปีนเขาหรือไม่ชอบเดินเท้า ก็สามารถเพลิดเพลินกับการชมใบไม้แดงที่นี่ได้อย่างเต็มที่ |
 |
4.น้ำตก อะกิอุโอะทะกิ ในภูมิภาคโทโฮะกุุ |
ที่ตั้ง : เมืองเซนได จังหวัดมิยะงิ
การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เซนได ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ต้นเดือนพ.ย.
ข้อมูลน่ารู้ แม้ประเทศญี่ปุ่น จะมีน้ำตกที่สวยงามอยู่มากมายหลายแห่ง แต่น้ำตกอะกิอุโอะทะกิที่มีสายน้ำกว้าง 6 เมตรและตกลงมาจากความสูงกว่า 55 เมตรแห่ง เมืองเซนได นี้ ได้รับการกล่าวขานว่ามีความงดงามมากเป็นพิเศษ เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มวลหมู่ต้นไม้รอบๆ น้ำตกจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดง เขียว และเหลือง ทำให้ทิวทัศน์บริเวณนั้นงดงามประหนึ่งภาพในฝัน ใบของต้นโอจิ(แปะก้วย) และ โมมิหยิ(เมเปิ้ล) ซึ่งเป็นตัวแทนของใบไม้แดงสลับสีกันดูงามตายิ่ง แถบอากิอุ ยังขึ้นชื่อในเรื่องน้ำพุร้อน และละแวกใกล้เคียง ยังมีแหล่งรวมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของอะกิอุ ซึ่งสาธิตวิธีการผลิต และจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่อของ เซนได เช่น ตุ๊กตาโคเคชิ และตู้ไม้เซนได เป็นต้น |
 |
5.บันไดอะซุมะ-สกายไลน์ ในภูมิภาคโทโฮะกุ |
ที่ตั้ง : เมืองฟุกุชิมะ จังหวัดฟุกุชิมะ
การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากสถานีรถไฟ JR ฟุกุชิมะ ใช้เวลา 40 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.
ข้อมูลน่ารู้ บันไดอะซุมะ-สกายไลน์ เป็นชื่อถนนเส้นทางพิเศษ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เป็นเส้นทางที่เหมาะ กับการขับรถชมใบไม้แดงเป็นอย่างยิ่ง สูงจากระดับน้ำทะเล 1500 ม. และมีความยาวทั้งสิ้น 29 กม. เชื่อมระหว่างแหล่งน้ำพุร้อนทะกะยุ ใน เมืองฟุกุชิมะ กับเส้นทางขึ้นเขาทสุจิยุ จากจุดชมวิวอะซุมะฮักเก มองลงมาจะเห็นป่าใบไม้แดงที่แสนงดงาม ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยว จากทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก เดินทางมาชื่นชมความงดงามของที่นี่ น้ำพุร้อนที่อยู่ในละแวกนั้น ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปด้วย |
 |
6. นิกโก้ ในภูมิภาคคันโตุ |
ที่ตั้ง : เมืองนิกโก้ จังหวัดโทะจิงิ
การเดินทาง : โดยรถโดยสารประจำทาง จากสถานีรถไฟ JR นิกโก้ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.
ข้อมูลน่ารู้ นิกโก้ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาลเจ้านิกโก้โทโชงู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ นิกโก้ มีจุดชมใบไม้แดงหลายแห่ง ในตัวเมืองมีต้นอิโจ (แปะก้วย) ขึ้นเรียงรายและตรงถนนขึ้นเขา ที่มีชื่อว่า อิโรฮะซะกะ ก็ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นเส้นทางชมใบไม้หลากสีที่งดงามที่สุดในภูมิภาคคันโต และสถานที่ที่อยากแนะนำให้เดินทางไปชม คือน้ำตกริวซุ ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบจูเซ็นจิโกะ "ริวซุ" มีความหมายว่า หัวมังกร เนื่องจากด้านหน้าของแอ่งน้ำตก มีหินก้อนใหญ่ขวางทางอยู่ ทำให้กระแสน้ำที่ไหลมาถึงจุดนั้น ถูกแยกออกเป็นสองทาง ลักษณะคล้ายหัวมังกร ตรงส่วนหัวของมังกรมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่ เมื่อใบไม้บริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดง ก็จะทำให้มองเห็นเป็นหัวมังกรสีแดงด้วย |
 |
7.สวน เมจิจิงงุไกเอง ในภูมิภาคคันโต |
ที่ตั้ง : เขตมินะโตะ กรุงโตเกียว
การเดินทาง : ลงรถไฟที่สถานีรถไฟ JR ชินะโนะมะจิ หรือสถานีรถไฟใต้ดิน ไกเองมะเอะ
ช่วงเวลา : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
ข้อมูลน่ารู้ แม้แต่ใจกลางกรุงโตเกียว ท่านก็สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ ที่สวนยิงงูไกเอ็งแห่งนี้ มีต้นอิโจ (แปะก้วย) กว่า 140 ต้น ขึ้นเรียงรายทั้งสองข้างทางอย่างสวยงาม อิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง และในที่สุดก็ร่วงลงสู่พื้นดิน จนทางเดินจะกลายเป็นสีเหลือง ในช่วงเวลานี้จะมีการจัด "งานเทศกาลชมใบอิโจ" ขึ้น ใน กรุงโตเกียว ไม่เพียงแต่สวนจิงงุไกเอง ยังสามารถชมใบไม้แดงที่สวนชินจูกุเกียวเอ็ง สวนสาธารณะโยะโยะงิ สวนสาธารณะฮิบิยะ ฯลฯ ได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับท่านที่มีโอกาสเดินทางมาติดต่อธุรกิจที่ญี่ปุ่น แต่ไม่มีเวลาเดินทางไปนอกเมือง จะแวะเวียนไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสะดวก |
 |
8.ทะเลสาบ คะวะงุจิโกะ ในภูมิภาคจูบุ |
ที่ตั้ง : มินะมิทสุรุ-กุง จังหวัดยะมะนะชิ
การเดินทาง : โดยรถยนต์ จากสถานีรถไฟด่วนสายฟูจิคิวโค คะวะงุจิโกะ ใช้เวลา 20 นาที
ช่วงเวลา : ต้นเดือนพ.ย.-กลางเดือนพ.ย.
ข้อมูลน่ารู้ ทะเลสาบคะวะงุจิโกะ นอกจากจะเป็นสถานที่ขึ้นชื่อ ในการชมภูเขาไฟฟูจิคิวโค ซึ่งทัวร์จากประเทศไทย นิยมพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมแล้ว ยังเป็นสถานที่ชมใบไม้แดง ที่มีชื่อเสียงมากอีกด้วย ภูเขาไฟฟูจิที่ยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ตัดกับสีของใบไม้แดงนั้น เป็นภาพทิวทัศน์ที่แสดงออก ถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ใบไม้แดงแถบนี้เกือบทั้งหมดเป็นใบของ ต้นโมะมิยิ (เมเปิ้ล) ในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มที่ จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบโมะมิยิขึ้น ในค่ำคืนช่วงเวลาที่มีงาน จะประดับไฟจนถึงเวลาประมาณสี่ทุ่ม ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติคราวกับอยู่ในฝัน ในละแวกใกล้เคียงยังมี สวนสนุก พิพิธภัณธฑ์ศิลปะ อยู่มากมายหลายแห่ง และใกล้กับแหล่งน้ำพุร้อนฟูจิคาวางุจิโกะ ยังมีโรงแรมแบบญี่ปุ่นที่มีบ่อน้ำพุร้อน ให้บริการอยู่มากมาย |
 |
9.ที่ราบสูง ชิระคะบะ และวีนัสไลน์ ในภูมิภาคจูบุุุ |
ที่ตั้ง : คิตะซะกุ-กุง จังหวัดนะงะโนะ
การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR ซะคุไดระ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
ช่วงเวลา : กลางเดือนต.ค.-ปลายเดือนต.ค.
ข้อมูลน่ารู้ จังหวัดนะงะโนะ มีภูเขาสูงมากมาย ทำให้ในฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นสกี ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมใบไม้แดงกันเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมใน จังหวัดนะงะโนะ คือ ที่ราบสูงชิราคาบะ จุดชมใบไม้แดงที่อยู่บนที่ราบสูงแห่งนี้ ได้แก่ ทะเลสาบทาเตชินาโกะและภูเขาทาเตชินะ ผู้ที่ไม่สะดวกที่จะเดินเท้าขึ้นไป ก็สามารถใช้บริการกอนโดร่าลิฟท์จากฟาร์ม ทาเตชินะ ขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ ในการเดินทางไปยังที่ราบสูงชิราคาบะนั้น จะต้องใช้เส้นทางพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีชื่อว่า วีนัสไลน์ ซึ่งเป็นถนนที่มีความยาวทั้งสิ้น 76 กม. ท่านจะได้เพลิดเพลินกับใบไม้แดง ระหว่างที่รถวิ่งอยู่บนเส้นทางวีนัสไลน์ จากที่ราบสูงชิระคะบะ ไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใกล้เคียง นอกจากรีสอร์ตชิราคาบะ และแหล่งน้ำพุร้อนแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกเช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และสวนพฤษศาสตร์ |
 |
10. อะระชิยะมะ ในภูมิภาคคันไซ |
ที่ตั้ง : เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต
การเดินทาง : เดินทางจากสถานีรถไฟ JR ซะงะอะระชิยะมะ ใช้เวลา 10 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
ข้อมูลน่ารู้ ในเมืองหลวงเก่า เกียวโต ก็มีสถานที่ชมใบไม้แดงอยู่หลายแห่งเช่นกัน แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ ทุกคนที่เดินทางมาที่นี่จะต้องไม่พลาด ที่จะถ่ายรูปกับสะพานโทเง็ทสึเคียว โดยมีภูเขาอะระชิยะมะเป็นฉากหลัง นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังนิยมใช้บริการรถไฟโทร็อกโกะ เพื่อชมใบไม้แดงที่ อะระชิยะมะ อีกด้วย เนื่องจากในเกียวโตมีวัด และศาลเจ้าอยู่เป็นจำนวนมากจึงสามารถชมความงามของใบไม้แดง ในวัดต่างๆ ได้ เช่น วัดคิโยมิซุ วัดกิงคาคุจิ ศาลเจ้าชิโมงาโมะ วัดนันเซ็นจิ เป็นต้น |
 |
11.ศาลเจ้า โคโตฮิระงุ ในภูมิภาคชิโกะกุุุ |
ที่ตั้ง : นะกะตะโดะ-กุง จังหวัดคะงะวะ
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟ JR โคโตฮิระ ใช้เวลา 15 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
ข้อมูลน่ารู้ ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะชิโกกุกว่า 3 ล้านคน สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ของที่นี่คือ ศาลเจ้าโคโตฮิระงู แต่คนญี่ปุ่นเรียกที่แห่งนี้ว่า "คอมปิระซัง" ศาลเจ้า โคโตฮิระงูนั้นตั้งอยู่ลึกเข้าไปใน ภูเขาโซซุ ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระที่นี่ จะต้องขึ้นบันไดกว่า 800 บั้น ซึ่งตลอดทางขึ้นบันได ท่านจะได้ชมความงามของใบเมเปิ้ลสีแดง ในวันที่ 10 พ.ย. ของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลชมใบไม้แดงขึ้น ซึ่งงานเทศกาลของที่นี่ จะแตกต่างจากงานเทศกาลของที่อื่นตรงที่ จะมีการทำพิธีอย่างเคร่งครัด ตามแบบอย่างที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ ภูมิภาคนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่อง เส้นอุด้ง ซึ่งท่านสามารถลองทำเส้นอุด้งด้วยตัวเองได้ นอกจากนั้นยังสามารถตระเวนไป ชิมเส้นอุด้งที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่นตามร้านต่างๆ ได้อีกด้วย
|

|
12.สวนสาธารณะโมะมิยิดะนิ เกาะมิยะจิมะ ในภูมิภาคจูโงะกุุ |
ที่ตั้ง : ซะเอกิ-กุง จังหวัดฮิโรชิม่า
การเดินทาง : เดินทางจากสถานี JR มิยะจิมะงุจิ 5 นาที เพื่อขึ้นเรือข้ามไปยังเกาะมิยะจิมะ แล้วเดินต่อไปอีก 20 นาที
ช่วงเวลา : กลางเดือนพ.ย.-ปลายเดือนพ.ย.
ข้อมูลน่ารู้ สวนสาธารณะโมะมิยิดะนิ ตั้งอยู่ด้านหลังศาลเจ้า อิทสุกุชิมะ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้านวัฒนธรรม ในสวนแห่งนี้มีต้นโมะมิยิ (เมเปิ้ล) กว่า 200 ต้น จุดที่สวยที่สุดคือ สะพานโมมิหยิ ตรงทางเข้าสวนในทุกๆ ปีจะมีการจัดงานเทศกาลชมใบไม้แดง แต่จะอยู่ภายในช่วงกลาง-ปลายเดือนพ.ย. ซึ่งวันที่จัดจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี ของฝากที่มีชื่อเสียงของ ฮิโรชิม่า คือ "โมะมิยิมันจู" (ขนมไข่รูปโมมิหยิ) ซึ่งมีจำหน่ายที่นี่มากมาย
|

|
13.น้ำพุร้อน อุนเซนในภูมิภาคคิวชิวุุ |
ที่ตั้ง : เมืองอุนเซน จังหวัดนะงะซะกิ
การเดินทาง : โดยรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR อิซะฮะยะ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
ช่วงเวลา : ปลายเดือนต.ค.-ต้นเดือนพ.ย.
ข้อมูลน่ารู้ สีแดง ส้มและเหลือง ของใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ มีความงดงามมาก ถึงขนาดหากมองไกลๆ อาจเข้าใจผิดจะคิดไปว่าเป็นดอกไม้ได้ เป็นเพราะที่นี่มีต้นไม้ที่ใบเปลี่ยนสีถึง 150 กว่าชนิด หากมองลงมาจากยอดเขาคุนิมิดะเกะ ภาพที่เห็นจะยิ่งสร้างความประทับใจมิรู้ลืม แถบนี้มีชื่อเสียงมาก ในฐานะที่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนแห่งแรกในญี่ปุ่น ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติ จึงมีทั้งโรงแรมแบบญี่ปุ่น และโรงแรมแบบสากล เปิดให้บริการอยู่มากมาย สามารถเลือกที่ถูกใจได้ นอกจากนั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ อีก เช่น ฮุสเทนบอส ซึ่งเป็นรีสอร์ตที่จำลองบรรยากาศแบบยุโรปในยุคกลาง ที่จะแวะไปสัมผัสบรรยากาศได้
|
|
|
|