ภูเขาไฟฟูจิ มรดกโลกด้านวัฒนธรรม
ค้นพบประเทศญี่ปุ่นจากยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศ 
 
ผู้เขียน: Au Yeung Yu Leung (นักวิจัยหญิงชาวฮ่องกงผู้ศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่น)

เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา ภูเขาไฟฟูจิได้รับเลือกจากองค์กร UNESCO ให้เป็น สถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ซึ่งนับว่าเป็นมรดกโลกแห่งที่ 17 ของประเทศญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิสามารถดึงดูดทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วยความงามที่มีมนต์เสน่ห์ ภูเขาไฟฟูจิไม่ได้เป็นเพียงภูเขาไฟที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น แต่ยังเป็นสถานที่พิเศษที่ชาวญี่ปุ่น เคารพนับถือมาตั้งแต่โบราณ ภูเขาซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวในการสักการะบูชาและมีความสง่างามประหนึ่งดัง เทพเจ้าด้วยตัวของมันเอง เพราะเหตุนี้ฉันจึงอยากลองพิชิตภูเขาไฟฟูจิและชื่นชมภูมิประเทศที่สวยงามจากจุดสูงสุด ได้เวลาแล้ว! เราไปปีนภูเขาไฟฟูจิด้วยกันเถอะ!
ในบทความนี้เราจะแนะนำสถานที่ๆเป็นธรรมชาติของฮอกไกโด รวมทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ยังไม่มีผู้ใดเคยสัมผัส โดยสามารถสนุกได้ทั้งในรูปแบบการท่องเที่ยวที่เรียบง่ายและการท่องเที่ยวแบบลงลึกท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เช่น การเที่ยวชมแหล่งมรดกโลกที่ Shiretoko การชมทุ่งดอกไม้ที่เมือง Biei และ Furano การชมอาคารบ้านเมืองในแบบตะวันตกในเมือง Hakodate การเดินชมธรรมชาติ การรับประทานอาหารที่สดจากธรรมชาติ หรือการแวะชมสัตว์หลายหลายชนิดที่สวนสัตว์ Asahiyama ก็ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งสิ้น  
 
เริ่มต้นไต่ภูเขาไฟฟูจิจากสถานี ระดับที่ห้า

จากสายตาคนฮ่องกง ภูเขาไฟฟูจิเป็นสัญลักษณ์ ของประเทศญี่ปุ่น ฉันหวังมาตั้งแต่เด็กว่าจะมี โอกาส ได้ไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิซักครั้ง สิ่งที่ฉันเห็นในโทรทัศน์ดูเหมือนกับอยู่บนสวรรค์วิมาน แต่เมื่อเปรียบกับความตื่นเต้นเมื่อได้ ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจริงๆ และได้เห็นภูเขา ไฟฟูจิจากหน้าต่างรถไฟความเร็วสูง ความรู้สึก มันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ฉันเคยจินตนาการจากในโทรทัศน์ ความสวยงาม ความมหัศจรรย์ของวิวทิวทัศน์ทำให้ฉันตื่นตาตื่นใจ ฉันจึงผุดความคิดมาว่า “ฉันต้องปีนขึ้นไปที่จุดสูงสุดของภูเขาไฟฟูจิให้ได้” แล้วฉันก็ได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถชื่นชมความงามของวิวทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิได้ทั้งปี แต่เราสามารถปีนขึ้นไปได้แค่ ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น (โดยปรกติเส้นทางการปีนเขาจะถูกปิด และจะเปิดในช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 26 สิงหาคมของทุกปี) จากโตเกียว ฉันมุ่งตรงไปยังจุดทางขึ้นและไปสู่จุดสูงสุดของภูเขา ไฟฟูจิ คงไม่ต้องบอกว่าฉันเตรียมความพร้อมขนาดไหนสำหรับการปีนเขาที่สูง 3,776 เมตร กระเป๋าเป้ของฉันค่อนข้างจะหนัก เมื่อแบกใส่หลัง แต่เมื่อคิดว่าฉันกำลังจะได้ปีนภูเขาที่ฉันอยากปีนมาตลอด หัวใจก็แทบจะเต้นออกมาด้านนอกด้วยความตื่นเต้นแล้ว

ฉันเลือกที่จะใช้เส้นทาง Fujinomiya Route ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เส้นทางหลัก ที่เหมาะสำหรับผู้ไม่มี ประสบการณ์ ฉันไปถึง “Fujinomiya-guchi” ระดับความสูงชั้นที่ห้า ตอนเวลา ประมาณ 14.00 นาฬิกา  ถึงแม้จะเป็นแค่ครึ่งทางไปสู่ยอดเขา แต่ก็รู้สึกเหมือนอยู่บนภูเขาจริงๆ หลังจากที่ฉันได้สูดอากาศเย็นบริสุทธิ์ของช่วงกลางฤดูร้อนอย่างเต็มปอด สดชื่นผิดกับอากาศในโตเกียว ลิบลับ มันทำให้ฉันรู้สึกว่าการปีนเขาแห่งนี้เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สำหรับฉันมาก

ถึงแม้ว่าฉันจะรู้สึกกระตือรือร้นที่อยากจะปีนเขามาก แต่ฉันก็ตั้งใจจะอยู่ที่ ระดับความสูงชั้นที่ห้าสักพักให้เวลาร่างกายได้ปรับตัวเพื่อจะขึ้นที่สูงได้โดยไม่รู้สึกป่วย ฉันเดินดูร้านค้าที่เรียงรายและพื้นที่รอบๆ ที่เต็มไปด้วยนักปีนเขา ฉันนั่งดื่มกาแฟซักพักจนถึงเวลาประมาณ 15.00 นาฬิกา
เอาละได้เวลาปีนเขากันแล้ว
 
ไปสู่จุดสูงสุดของภูเขาไฟฟูจิ! 

©Yamanashi Prefecture ©Yamanashi Prefecture

ฉันปีนขึ้นอย่างช้าๆตามจังหวะฝีเท้า หายใจลึกๆและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ปรกติฉันไม่ค่อยออกกำลังกาย มากนัก เพราะฉะนั้นการปีนเขาที่ความสูงกว่า 3,000 เมตรเป็นครั้งแรก ฉันจึงระมัดระวังและรักษาพลังงานไว้เป็นพิเศษ หลังจากปีนไปสักพักเส้นทางเริ่มแคบลง ต้นไม้เริ่มน้อยลง กรวดและหินก้อนใหญ่เริ่มมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวซักนิดเพราะหลายครั้งที่สวนทางกับผู้คนที่เดินลงมาจากเขา ฉันสังเกตได้ถึงใบหน้าที่เปื้อนยิ้มและมีความสุข ฉันรู้สึกยินดีกับคนพวกนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกมีพลัง ในการปีนต่อไป เวลาผ่านไปพระอาทิตย์เริ่มตก ซึ่งหมายความว่าฉันจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น ที่ยอดเขา แค่คิดก็ทำให้ฉันหายเหนื่อยแล้ว


©Yamanashi Prefecture ©Yamanashi Prefecture

หลังจาก 18.00 นาฬิกา ฉันมาถึงสถานีบนระดับชั้นที่แปด ตัวฉันแทบจะหมดแรงแต่บ้านพักให้การต้อนรับ อย่างดี หลังจากได้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทานอาหารเย็น นั่งพัก ดูพระอาทิตย์ตก ฉันก็หลับ ไปพร้อมความสุขอย่างรวดเร็ว

ฉันประหลาดใจว่าฉันหลับไปนานเท่าไหร่ แต่เสียงดังรอบๆปลุกฉันตื่นจากความฝัน ฉันลุกขึ้นมาและมอง ไปรอบๆ คนส่วนมากได้ออกเดินทางต่อแล้ว ฉันก้มลงมองนาฬิกา ตอนนี้เวลาประมาณ 1 นาฬิกา ฉันจึง เริ่มออกเดินทางต่อไปยังยอดภูเขาไฟฟูจิ  
 
เห็นพระอาทิตย์ขึ้นตระหง่านและเจิดจ้า 
ภูเขาไฟฟูจิในช่วงเวลากลางดึกช่างมืด มีต้นไม้เพียงเล็กน้อย ฉันต้องปีนขึ้นไปบนก้อนหินที่สูงชันโดยมี ไฟจากหมวกเป็นเครื่องนำทาง แค่วินาทีที่ฉันคิดว่าจะถูกกลืนในความมืด ฉันเห็นแสงสว่างที่หางตา ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้าหมู่ดาวพร่างพรายกำลังมองดูฉันอยู่ หัวใจฉันพองโตรู้สึกเหมือนอยู่ใจกลาง จักรวาลเหมือนตกอยู่ในฉากภาพยนตร์เหนือธรรมชาติ ฉันรู้สึกอายที่จะบอกว่าตัวเป็นเป็นสาวช่างฝัน แค่ไหน ฟังดูคร่ำครึมาก ฉันบอกกับตัวเองว่าฉันคงเป็นลมแน่ๆถ้าฉันได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในตอนนี้ ฉันยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ว่าแล้วฉันก็ตั้งใจปีนเขาต่อไป

มีนักปีนเขาหลายคนใกล้จะถึงจุดสูงสุด และฉันทำได้แค่เพียงเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตาม ฉันกะเวลาไว้ว่าจะไปถึงจุดนั้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ในตอนนี้ท้องฟ้าที่ดำมืดได้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม เพิ่มความตื่นเต้นแก่นักปีนเขาอีกหลายเท่าตัว สีบนท้องฟ้าเปลี่ยนไปนาทีต่อนาที เงาของผู้คนสะท้อนไปยัง กลุ่มเมฆ ช่างเป็นการเตรียมการที่น่าประทับใจ อากาศเย็นบริสุทธิ์ทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก  

©Yamanashi Prefecture ©Yamanashi Prefecture

ในตอนนี้ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นสีน้ำเงินอ่อนแล้ว และกำลังถูกกลืนด้วยสีส้ม ความรู้สึกที่ สุดแสนจะบรรยายได้ก่อตัวขึ้น นี่เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล ท้องฟ้าและสรรพสิ่งบนโลกมนุษย์ดูมีพลังที่ เกินต้านทานอีกทั้งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ไกลออกไป 
เมื่อมองไปยังหมู่เมฆเบื้องล่าง พระอาทิตย์เริ่ม ปรากฏตัวขึ้นอย่างช้าๆ แสงสีส้มขยายออกไปยังทุกมุมบนท้องฟ้า หมู่เมฆถูกแต้มด้วงแสงจากพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นอย่างไร้ขอบเขต และสีเขียวจากภูเขาสร้างความกลมกลืนอย่างลงตัว และนี่เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “Goraikoh” มันคือประสบการณ์ลึกลับที่ถูกเติมเต็มด้วยแสงสว่างในแบบฉบับ ของการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นงั้นหรือ? ตามธรรมเนียม ความรู้สึกของชาวญี่ปุ่นต่อธรรมชาตินั้นคือทุกสิ่งทุก อย่างเชื่อมต่อกับสิ่งที่เห็น ตอนนี้ฉันรู้สึกเข้าใจคำกล่าวนั้นขึ้นมาทันใด การแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่ น่าตื่นเต้น มองดูภูเขา ท้องฟ้าและมวลเมฆ ฉันรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ณ จุดสูงสุดของภูเขาไฟฟูจิ ฉันมองเห็นวิวของประเทศญี่ปุ่นในแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันอยู่ประเทศญี่ปุ่นมา 11 ปีแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ปีนภูเขาไฟฟูจิและมองเห็นประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ นี่ไม่ใช่ “ประเทศใหม่” จริงๆแล้วเป็นประเทศที่เก่าแก่มากทีเดียวตั้งแต่ก่อนฉันเกิดเสียอีก และจุดของความเก่าแก่โบราณและความสมัยใหม่ของประเทศญี่ปุ่นได้เชื่อมถึงกันอย่างลงตัวนี่เป็นเหตุผลที่ทำไมฉันจึงไม่เคยลืมภาพความรู้สึกตื่นตาตื่นใจของตอนที่อยู่บนจุดสูงสุดของภูเขาไฟฟูจิ แม้หลังจากลงมาและใช้ชีวิตตามปรกติในโตเกียว
 
เรื่องประหลาดใจบนภูเขาไฟฟูจิ 

มีเรื่อง “น่าประหลาดใจ” หลายต่อหลายอย่าง บนภูเขาไฟฟูจิที่ฉันได้ประสบพบเจอ เช่น มีบ้านพัก บนเขาที่เราสามารถรับประทานอะไรร้อนๆ อย่างเช่น ราเมน หรือซุปมิโสะ ได้ มันไม่น่าแปลกใจหรือว่าเครื่องจำหน่าย อาหารอัตโนมัติสามารถขึ้นไปยังจุดสูงสุดของภูเขาได้อย่างไร? ที่แห่งนั้นยังมีไปรษณีย์ (เวลาเปิดปิด: 6 นาฬิกา – 14 นาฬิกา เปิดเฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น) ใกล้ๆจุดบนสุดของเส้นทาง Fujinomiya คุณยังสามารถส่ง โปสการ์ดที่มีตราประทับว่า “จุดสูงสุดของภูเขาไฟฟูจิ” กลับไปหาตัวเองที่บ้านเพื่อเป็นที่ระลึกของการปีนเขาในครั้งนี้

©Yamanashi Prefecture

อีกทั้งยังมีศาลเจ้า the Okumiya Inner Shrine of the Sengen Taisha ที่จุดสูงสุด สำหรับนักเดินทางมาสักการะและขอบคุณ เทพเจ้าที่ทำให้การเดินทางลุล่วงปลอดภัย (มีเรื่องเล่าว่าเคยมีคู่รักมาแต่งงานกันที่นี่อีกด้วย!) สิ่งที่น่าตื่นเต้นระหว่างทางเดินกลับซึ่งเป็น ประสบการณ์ที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่ไหนนั่นก็คือ บ่อน้ำพุร้อนมากมาย แล้วทำไมคุณ ถึงจะไม่อยากลองเอาขาลงไปแช่บรรเทาอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางมาล่ะ?  

©Yamanashi Prefecture

ฉันแนะนำให้คุณไปรับใบรับรอง “ผู้พิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิ” ถ้าคุณได้ปีนไปยังจุดสูงสุดและถ่ายรูปที่ สามารถรับรองได้ว่าคุณไปถึงจุดนั้นจริง คุณสามารถสมัครได้ในเวบไซต์ Yamanashi Prefecture Tourist Association (ราคา: 1,050 เยนต่อ 1 รูป) และถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นใจเกี่ยวกับการปีนเขา คุณยังสามารถ ติดต่อ “FYG (FUJI-YAMA Guides)” ไกด์สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภูเขาไฟฟูจิเพิ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้นลองมาปีนภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นกันไหมคะ?


©Yamanashi Prefecture
 
ประวัติผู้เขียน Au Yeung Yu Leung  
Yu Leung เกิดในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง สามารถพูดได้หลายภาษารวมถึง จีนกวางตุ้ง จีนแมนดาริน ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น Yu Leung จบการศึกษาปริญญาตรีจาก The Chinese University of Hong Kong และปริญญาโทจาก The University of Tokyo’s Graduate School
ในฮ่องกง Yu Leung ทำงานเป็นหัวหน้าบรรณาธิการนิตยสารชื่อดัง เกี่ยวกับข้อมูลประเทศญี่ปุ่น รวมถึงคอลัมน์ “66 เรื่องลึกลับในประเทศจีนที่ช้าไปที่จะถามคนอื่น” และ “คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่พบบ่อยในเกมส์” ปัจจุบัน Yu Leung ทำงานในประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับการสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่น และงานส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวต่างชาติ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชมภูเขาไฟฟูจิ (ภาษาไทย)
http://www.yokosojapan.org/event/fuji.php

ข้อมูลการท่องเที่ยว Fuji Five lakes (ภาษาอังกฤษ)
http://transportation.fujikyu.co.jp/english/

ข้อมูลแหล่งมรดกโลกในญี่ปุ่น (ภาษาอังกฤษ)
http://www.jnto.go.jp/eng/indepth/scenic/worldheritage/
 
  Copyright 2006-2010 © Japan National Tourism Organization