|

สำหรับภูมิภาคโทโฮะกุ จะได้พบกับสถานที่ดึงดูดใจอันหลากหลายของที่ราบสูง มีภาพลักษณ์ภายนอกแบบชนบท ที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เป็นการผสมผสานกัน ระหว่างโลกแห่งธรรมชาติที่สดใส ผู้คนเป็นมิตรจริงใจ รวมถึงงานเทศกาลรื่นเริง และตื่นตาตื่นใจตลอดช่วงสั้นๆ ของฤดูร้อน
ทางเหนือของเกาะฮอนชูคือภูมิภาคโทโฮะกุ เป็นภูมิภาคที่มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดแม้ในฤดูร้อน อุณหภูมิบริเวณที่ราบสูงประมาณ 10 องศาเซลเซียส มีบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติอยู่ทั่วทุกที่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วทั้งญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการอาบน้ำพุร้อน ให้มาเยี่ยมเยือน บ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษา และบำบัดโรคมายาวนาน

ประตูสู่ชายฝั่งแปซิฟิกคือ เมืองเซนได (Sendai) จากโตเกียวเดินทางโดยรถไฟด่วนพิเศษชินกันเซน ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. จากเมืองเซนได สามารถเดินทางไป มะทสุชิมะ โดยรถไฟสายเจอาร์โทโฮะกุ เพียงประมาณ 30 นาที เป็นชายฝั่งทะเลชมวิวที่มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในสามสถานที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จะเห็นทิวทัศน์ของอ่าว ที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่มากมาย มีบริการเรือท่องเที่ยวรอบอ่าว เพื่อชมวิวได้รอบทิศ
เมืองฮิระอิซุมิ (Hiraizumi) ห่างจากเมืองเซนได 1.30 ชม. โดยรถไฟ แต่เดิมเป็นแม่แบบของเมืองเกียวโต และยังเป็นสถานที่ตั้งของ วัดจูซงจิ (Chusonji Temple) ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นในปี 1109 ภายในวัด มีวิหารทองคำ คอนจิกิโด ที่ตัววิหารเคลือบดำและชุบทองทับ ซึ่งแต่เดิมวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปถึง 11 องค์ Hiraizumi ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในเดือนมิถุนายน ปี 2011
เมืองอะโอะโมะริ (Aomori) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที เดินทางโดยรถไฟชินกันเซน จากโมะริโอะกะ เริ่มต้นการเดินทางจาก ทะเลสาบโทะวะดะ และ หุบเขาโอะอิระเซะ ใจกลางหุบเขาคือ อุทยานแห่งชาติโทะวะดะ-ฮะจิมังไต กลางอุทยานมีทะเลสาบโทะวะดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์ที่สุดในญี่ปุ่น ทางตะวันออกของชายฝั่งมี หุบเขาโอะอิระเซะ ทอดยาวถึง 14 กม. หากเดินท่องไปตามริมช่องแคบ ระหว่างหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบ จะพบกับทิวทัศน์ของลำธารกระจ่างใส อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่
โบราณสถานของซันนะอิ-มะรุยะมะ (Sannai-Maruyama Site) ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาทีจากใจกลางเมือง อะโอะโมะริโดยรถบัส ย้อนกลับไปประมาณ 4,000–5,000 ปีที่แล้ว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ชุมชนโจมง ที่นี่เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ปัจจุบันได้รับการบูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชม
นอกจากนี้ที่อะโอะโมะริยังมีงาน เทศกาลเนะบุตะ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เป็นงานเทศกาลที่โด่งดัง เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ดึงดูดผู้คนที่มีใจรักความสนุกสนาน ได้จากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียว
เมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki) เดินทางโดยรถไฟด่วน Limited Express จากอะโอะโมะริ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ปราสาทฮิโระซะกิ และบริเวณโดยรอบจะมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่งกว่า 5,000 ต้น
เทือกเขาชิระกะมิ-ซันจิ เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอะโอะโมะริกับเมืองอะกิตะ บนเทือกเขามีป่าบีชขนาดใหญ่ ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคเก่าก่อน เป็นโลกแห่งธรรมชาติที่ยังคงดำรงรักษาเอาไว้ บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่สำหรับไต่เขาโดยเฉพาะอีกด้วย
เมืองอะกิตะ (Akita) ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 2 ชม. จากเมืองเซนไดโดยรถไฟชินกันเซน ที่นี่จะมี งานเทศกาลคันโต ในเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลแห่งโคมไฟในฤดูร้อนที่มีชื่ออีกเทศกาลหนึ่งของภูมิภาคโทโฮะกุ
เมืองคะกุโนะดาเตะ (Kakunodate) จากอะกิตะใช้เวลาประมาณ 45 นาทีโดยรถไฟชินกันเซน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามูไร ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และภัตตาคารเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ในฤดูใบไม้ผลิเมืองนี้จะงามสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระทั้งเมือง
เมืองยะมะงะตะ (Yamagata) ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. จากโตเกียวโดยรถไฟชินกันเซน เมืองนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่และสกีฤดูหนาว ในแถบเทือกเขาซะโอ มีทะเลสาบซะโอ "โอกะมะ" ที่เกิดจากการยุบตัวของปากปล่องภูเขาไฟเป็นหลุมคล้ายหม้อ ปริ่มไปด้วยน้ำสีเขียวใสสว่างเหมือนมรกต เป็นสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด
เมืองไอซุ วะกะมะทสุ (Aizuwakamatu) เป็นเมืองเก่าที่มีปราสาททสุรุงะ สามารถนั่งรถไฟ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาทีจากโตเกียว นอกจากนี้ยังมี ภูเขาบันได ซึ่งมีเส้นทางเหมาะที่จะนั่งรถชมใบไม้เปลี่ยนสในฤดูใบไม้ร่วง ทะเลสาบอินะวะชิโระ และสกีรีสอร์ทในฤดูหนาวด้วย |
|
|
|